UFABETWINS ใครเก่งกว่ากัน ???

UFABETWINS

UFABETWINS    ย้อนเวลากลับไปในช่วงต้นยุคมิลเลนเนี่ยม

ย้อนเวลากลับไปในช่วงต้นยุคมิลเลนเนี่ยม

นอกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด กับ อาร์เซน่อล จะขับเคี่ยวแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีกกันอย่างเมามันแล้ว ดาวถล่มประตูตีนพระกาฬของทั้ง 2 ทีมยังห้ำหั่นกันอย่างถึงกึ๋น เพื่อความเป็นหนึ่งในตองอูอีกต่างหาก

รุด ฟาน นิสเตลรอย ของ แมนฯ ยูไนเต็ด vs เธียร์รี่ อองรี ของ อาร์เซน่อล

ดาวยิงของทีมปืนโตย้ายมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกก่อน ตั้งแต่ฤดูกาล 1999-2000 ขณะที่ดาวยิงของทีมปีศาจแดงตามมาทีหลังในฤดูกาล 2001-02

สมัยที่ยังเป็นนักเตะของ ยูเวนตุส – เธียร์รี่ อองรี ถูกจับไปเล่นในตำแหน่งตัวริมเส้น หรือ “ปีก” ซะอย่างนั้น เรียกว่า…ใช้ไม่เป็น จึงประสบความไม่สำเร็จสักเท่าไหร่ ลงเล่นในศึก กัลโช่ เซเรีย อา ไปทั้งหมดเพียง 16 นัด โดยทำได้แค่ 3 ประตูเท่านั้นเอง

เมื่อเลื้อยตูดลายหนังไก่ของตัวเองมาอยู่กับ อาร์เซน่อล กุนซือทีมปืนโตอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ก็จับเขาไปเล่นเป็นศูนย์หน้า

ทันใด นักเตะที่สื่อของบางประเทศเรียกว่า ‘พี่ห้อย’ ก็แสดงความเปล่งปลั่งอย่างน่าสยดสยองออกมา เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้จอมเปิดป้อนอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์ มาเป็นคู่หัวหอก

ฤดูกาล 1999-2000 เธียร์รี่ อองรี กระหน่ำไป 26 ประตูในทุกรายการ

ฤดูกาล 2000-01 กดไปอีก 22 ดอก

กระทั่งฤดูกาล 2001-02 ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปกระชาก รุด ฟาน นิสเตลรอย มาจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 19 ล้านปอนด์

ใครเก่งกว่ากัน ???

การประชันตีนกันก็บังเกิด !!!

พลันที่ “พี่ม้า” เดินทางมาถึงก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง แล้วบรรจงถล่มตาข่ายคู่แข่งแบบไม่เหลือซาก

เพียงฤดูกาลแรกที่สวมเครื่องแบบนักรบอสูรแดง รุด ฟาน นิสเตลรอย กระหน่ำไปถึง 36 ดอกในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 23 ประตูในพรีเมียร์ลีก ขณะที่ซีซั่นนั้น เธียร์รี่ อองรี ยิงได้ 32 ในทุกรายการ แต่ยิงในพรีเมียร์ลีกได้มากกว่าคู่ขับเคี่ยวของตัวเอง 1 ดอก พร้อมตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด

    อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลนั้น แต่รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ หรือ “พีเอฟเอ” กลับตกเป็นของดาวยิงชาวดัตช์จากค่ายปีศาจสามง่าม…ซะอย่างนั้น !!!

เรียนตามตรง…เด็กผีและคอลัมนิสต์ลูกหนังอย่างผมที่ตอนนั้นกำลังตะบันชีวิตอยู่ที่เมืองหลวงลูกหนังพอดีมองว่า เธียร์รี่ อองรี เหมาะสมกับรางวัลนี้มากกว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย

นินทากันว่าน่าจะเพราะพฤติกรรมในสนามของ “พี่ห้อย” นี่แหละ

เนื่องจากรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาจากการโหวตของเพื่อนร่วมอาชีพที่เป็นนักฟุตบอลด้วยกัน พูดง่ายๆ ว่า “ผีเห็นผี” นั่นแหละ

ใครเก่งกว่ากัน ???

เวลาทะลวงตาข่ายคู่แข่งได้สำเร็จ เธียร์รี่ อองรี มักจะทำเป็นยักไหล่แบบไม่แยแส ประหนึ่งว่ามันเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่ทำเป็นประจำจนไม่จำเป็นต้องดีใจอะไรมากมายคล้ายๆ การดูถูกและดูแคลน แถมกิริยาท่าทางของดาวเตะฝรั่งเศสผู้นี้ก็ต้องใช้คำว่า “โคตรแอ๊ค” จนเป็นที่น่าหมั่นไส้

บ่อยครั้งที่เขาเอียงคอพลางยักไหล่เหมือนตัวเองเป็น ลือชัย นฤนาท นักแสดงชาย เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทองคนแรกของไทยจากภาพยนตร์เรื่องนั้น – เล็บขบ เอ๊ย! เล็บครุฑ

พวกเขาเลยพร้อมอกพร้อมใจกันโหวตให้ดาวยิงอีกคนของปีศาจแดงดีกว่า

อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงแค่ข้อสันนิษฐานเท่านั้นนะครับ เพราะมันอาจเป็นได้เช่นกันที่บรรดานักเตะในพรีเมียร์ลีกมองว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย เหมาะสมกับรางวัลนี้มากกว่าด้วยเหตุผลของฟุตบอลจริงๆ

ถัดมาอีกซีซั่นทั้งคู่ยังแข่งกันยิงกระจายเหมือนเดิม

ฤดูกาล 2002-03 กองหน้าเจ้าของสมญา “ฟาน เดอะ แมน” กระหน่ำยิงไปแบบถล่มทลายถึง 44 ประตูในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 25 ประตู เฉพาะในพรีเมียร์ลีก และและ 14 ประตูในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

นอกจากนี้ยังทำสถิติทำลายตาข่ายอย่างต่อเนื่องถึง 8 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก (รวมทั้งหมด 13 ประตู) อีกต่างหาก

ใครเก่งกว่ากัน ???

จบซีซั่นนั้น นอกจากจะได้แชมป์พรีเมียร์ลีกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด สมใจแล้ว คุณพี่ยังได้รางวัลยอดเยี่ยมส่วนตัวดังต่อไปนี้

– ดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก

– ดาวซัลโว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

– ดาวซัลโว เอฟเอ คัพ

– ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ ‘พรีเมียร์ลีก’

– กองหน้ายอดเยี่ยมของ ‘ยูฟ่า’

– ติดทีมยอดเยี่ยมของ ‘ยูฟ่า’

– ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปีของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ขณะที่คู่ขับเคี่ยวของตัวเองอย่าง เธียร์รี่ อองรี ยิงได้ทั้งหมด 32 ประตูในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 24 ประตู เฉพาะในพรีเมียร์ลีก และ 7 ประตูใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ใครเก่งกว่ากัน ???

    แต่ฤดูกาลนั้นดาวยิงของ อาร์เซน่อล กลับคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ “พีเอฟเอ” ไปครองซะอย่างนั้น ทั้งที่มองแบบเผินๆ “พี่ม้า” น่าจะเหมาะสมกับรางวัลนี้มากกว่า

บางทีโลกของเรามันก็สัปโดกแบบนี้แหละ ตอน อาร์เซน่อล ได้แชมป์ รุด ฟาน นิสเตลรอย ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ตอน แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ เธียร์รี่ อองรี ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม

สไตล์การเล่นของกองหน้า 2 คนนี้ค่อนข้างแตกต่างกัน

รุด ฟาน นิสเตลรอย เป็นหน้าเป้าขนาดแท้และดั้งเดิมที่มีความอันตรายในกรอบเขตโทษ จุดเด่นคือ “สปีดต้น” ที่รวดเร็ว และ “เฟิร์สต์ทัช” ที่นิ่มนวลดีนักแล ส่วนการทำประตูก็เด็ดขาดและเฉียบคม หากมีโอกาสก็แทบจะใส่สกอร์ให้เขาได้เลย ขณะที่ เธียร์รี่ อองรี มีความสามารถเฉพาะตัวสูงกว่า เช่นเดียวกับคล่องแคล่ว และปราดเปรียวมากกว่า ส่วนการจบสกอร์ก็ไม่เป็นรองใครในแผ่นดิน

นอกจากจะถล่มตาข่ายแล้ว “ไอ้กุนเชียงที่รัก” ยังสร้างสรรค์ทำเกมพลางทำทางและเปิดป้อนให้เพื่อนร่วมทีมได้เหนือกว่าด้วย

ว่าแล้วพลังอำนาจของ เธียร์รี่ อองรี ก็พุ่งทะยานทะลุเพดานห้องน้ำขึ้นไปบนชั้นบรรยากาศในฤดูกาล 2003-04 ที่ อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแบบไร้พ่าย ด้วยการยิงได้ถึง 39 ประตูในทุกรายการ แบ่งเป็น 30 ประตูในพรีเมียร์ลีก แถมคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของ “พีเอฟเอ” ได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่ดาวเตะร้อยแรงม้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงไป 30 ประตูนทุกรายการ แบ่งเป็น 20 ประตูในพรีเมียร์ลีก

นักเตะที่เพื่อนร่วมทีมเรียกสั้นๆ อย่างน่ารักน่าถีบว่า “ตีตี้” อยู่กับ อาร์เซน่อล เป็นเวลา 8 ปี ลงเล่นไปทั้งหมด 369 นัด และยิงได้ 226 ประตู ก่อนย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า ในปี 2007

รุด ฟาน นิสเตลรอย อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 5 ปี ลงเล่นไปทั้งหมด 219 นัด ยิงได้ 150 ประตู ก่อนถูกคุณป๋าเนรเทศออกจากเครื่องแบบปีศาจแดง หลังจบฤดูกาล 2005-06 เพราะดันมีปัญหากับลูกรักอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ใครเก่งกว่ากัน ???

    ทีนี้ถามว่าใครเก่งกว่ากัน ???

ถ้าให้ตอบแบบหล่อๆ แบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่นก็ต้องบอกว่า…เล่นกันคนละสไตล์ และดีกันคนละอย่าง

แต่ถ้าให้ตอบแบบตรงๆ ไม่ต้องเกรงใจใคร มันก็ต้องยอมรับครับว่าหัวหอกของไอ้ปืนโตเป็นกองหน้าที่ครบเครื่องมากกว่า และเก่งกว่ามนุษย์ม้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ว่าแล้วก็ให้นึกถึงเรื่องที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ เคยเล่า

พี่เขาบอกว่า รุด ฟาน นิสเตลรอย จะออกอาการ “ร้อนลุ่ม” อย่างอยู่ไม่สุขทุกครั้งที่ได้ยินว่า เธียร์รี่ อองรี ทำประตูให้ทีมปืนใหญ่

“ผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมย่อมต้องการคู่ขับเคี่ยวที่เยี่ยมยอด พวกเขาต้องการคู่แข่ง เพื่อเป็นแรงผลักดันให้กันและกัน”

“ครั้งหนึ่ง รุด ฟาน นิสเตลรอย เดินเข้ามาที่ห้องแต่งตัวหลังจบเกม ตอนนั้นเรากำลังพยายามจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้ เราชนะทีมใดสักทีม ด้วยสกอร์ 3-1 หรือ 4-1 นี่แหละ เขายิงได้หนึ่งประตูด้วย แต่ตอนเข้ามาที่ห้องแต่งตัว เขาเงยหน้ามองทีวี ก่อนจะส่ายหัวพลางสบถถึงขี้ในลำไส้”

“เขาทรุดลงไปนั่งบนเก้าอี้ เราจึงถามว่า ‘รุด…คุณเป็นอะไร…มีอะไรหรือเปล่า?’ เขาเลิ่กลั่กตอบกลับมาว่า…ไม่มีอะไร…ไม่มีอะไร”

ทันใดเสียงใครบางคนในทีวีก็โพล่งออกมา ‘วันนี้ เธียร์รี่ ยิงได้ถึงสองประตู ขณะที่ รุด ทำได้แค่ประตูเดียว ดังนั้นเขาจึงตามหลังอยู่หนึ่งประตูในตอนนี้’ ซึ่งนั่นทำให้เขาก็ออกอาการงุ่นง่านอย่างชัดเจน”

อืมมมมมมม…นะ

คลิกเลย >>>  UFABETWINS

คลิกเลย >>>  https://www.china-cacp.com/

Author: admin